กลอนแปลกๆ

Strange Thai poem


บทละคร เรื่อง
พระมะเหลเถไถ

   เมื่อนั้น
พระมะเหลเถไถมะไหลถา
สถิตย์ยังแท่นทองกะโปมา
ศุขาปาลากะเปเล
วันหนึ่งพระจจึงมะหลึกตึก
มะเหลไถไรพรึกมะรึกเข
แล้วจะไปเที่ยวชมมะลมเต
มะโลโตโปเปมะลูตู
ตริแล้วพระมะเหลจึงเป๋ปะ
ตะเลไตไคลคละมะหรูจู๋
จรจรัลตันตัดพลัดพลู
ไปสู่ปราสาทท้าวโปลา ฯ ๖ คำ ฯ เพลงช้า
   ครั้งถึงจึงเข้าตะหลุดตุด
ก้มเกล้าเค้าคุดกะหลาต๋า
มะเหลไถกราบไหว้ทั้งสองรา
จึงแจ้งกิจจามะเลาเตา
ด้วยบัดนี้ตัวข้ามะเหลเถ
ไม่สบายถ่ายเทกะเหงาเก๋า
จะขอลาสองราหน้าเง้าเค้า
เที่ยวมะไลไปเป่าพนาวัน ฯ ๔ คำ ฯ
   เมื่อนั้น
ท่านท้าวโปลากะปาหงัน
กับนางตาลากะปาลัน
ได้สดุบตรุบหันมะเลเท
มะอกทอกบอกว่าจะลาไป
พนาปำทำไมจะไพล่เผล
มะเลเตอเป๋อเปื้อนเที่ยวเชือนเช
จึงตรัสห้ามมะเหลเถมะเลทา
เจ้าอย่าไปไชเชกะเปลู
จงเอ็นดูพ่อเถิดมะไหลถา
พระมะเหลไถเฝ้ามะเลาชา
ก็จำให้ลูกยามะลาปอง ฯ ๖ คำ ณ
   เมื่อนั้น
มะเหลไถทูลลามาหงองก๋อง
จึงตรัสสั่งเสนากะจารอง
ให้ผู้ม้าปาป๋องกะงึงกึง ฯ ๒ คำ ฯ
   บัดนั้น
เสนารับสั่งกะงังกึ่ง
ไม่นั่งนิ่งวิ่งไปมะลึงตึง
มะลันตันครั้นถึงจึงบอกกัน
ว่าบัดนี้มีรับสั่งะมเหลเถ
ให้ผูกม้าปาเปกะหงันกั๋น
จะเสด็จเตร็จเตร่มะเลตัน
ว่าแล้วชวนกันมะแลงแตง ฯ ๔ คำ ฯ
   ผูกเบาะอานพานหน้ามะเหลาะเตาะ
เข็มสลักปักเปาะกะแง๋งแก๋ง
เตรียมทั้งพหลพลแปงแมง
แล้วไปทูลแถลงมะแรงตา ฯ ๒ คำ ฯ
   เมื่อนั้น
พระมะเหลเถไถมะไหลถา
ได้ฟังเสนาทะเลาปา
เสด็จมาที่สรงมะลงโช ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ
   สระสรงทรงสุคนธ์ปนตลึก
ลูบไล้ไป่ปึกกะโง๋โก๋
สนับเพลาเชิงไชกระไตโจ
ภูษาสีสะโรกะโปลัน
เจียรบาดปักทองกะลองเต็ด
ปั้นเหน่งเพชรสายสอดจรอดฉัน
ฉลององค์อย่างน้อยกะปอยลัน
มะลวงชวงปันคั่นทองกร
มงกุฎแก้วแวววาบมาราบรับ
กรรเจียกจันปันกับมะหลอนฉอน
ธำมรงค์จินดากะราชอน
ตลุดฉุดอรชรมะลอนชัน
ดูเลือบเชือบเหลือบแลกะโปงโลง
งามดังปังโปงกำงั๋นกั๋น
กะงวยกวยฉวยพระแสงมะแรงตัน
มอระตอก็รันขึ้นอาชา ฯ ๘ คำ ฯ เชิงฉิ่ง
   พร้อมหมู่โยธาพะลาแหน
พลาหับนับแสนแน่นหนา
ได้ฤกษ์เลิกพลมะลนทา
ออกจากภารากะปาโล ฯ ๒ คำ ฯ กราว
   พระชมเขาเนาเนินกะหรกกก
รุกขชาติดาษดกมะโหลโต๋
มะลาตันสาระพันกะลันโป
กะลาปียี่โถมะโยตัน
มะโยติงปริงปรางลางสาบ
ลางสาดหาดหาบมะหลันปั๋น
มะลันปีสีเสียดประเหยียดกัน
ประยงคุ์แก้วแถวพันมะลันดา
มาลีดวงดวงช่อมะลอชร
มาลีชาดมาดซ้อมมะรอนฉา
มะรินชิงจิงจ้อมะยอตา
มะยมเต็มเข็มลามะกาโล
มะกาลิงปิงปุ่มกะทุ่มท้อน
กะทิงถินกลิ่นขจรมะลอนโหว
มลิวันมันโมกกะโหลกโก
กุหลาบแกมแนมโยทกาลี
กาหลงชงโคมะโยแป๋ว
มะโยปมนมแนวมะแลวฉี
มะไลยฉาวสาวหยุดมะลุดลี
มลิลาสารภีมะลีโช
พระชมปักษากาลาชอน
กะลาฉินบินว่อนกะฉ่อนโฉ
กะลิงเฉียบเหยียบแต้วเค้าแมวโม
เค้าเมงหมิ่นผินโผพะโวตา
พะวาติบจิบจาบคาบไข่
ขาบเคียงเขาไฟไถลถา
ถลาโถมโจมจับมารับกา
รับกันจำพันจากะสาลม
กะสาเล่นเบญจวันมะลันปี
มะลันโปโนรีมะลีสม
มะลาโสนโกญจากะทาทม
กะทาเทืองเงื่องงมมะลมปา
มะลาปิงคลิ้งโคลงอีโลงแล่น
อี้มลี้อีแอ่นกะแรนฉา
กะเรียนฉาบคาบคั้นมะรันบา
มาร่อนบินกินหว้ามะลาแชง
มะลาชัดสัตวากระสาสูง
กระแสเสียงเถียงยูงกะรูงแฉ่ง
กะรอกฉวยกล้วยไม้ดูไวแวง
ดุเหว่าหวานขานแข่งระแวงวัง
ระเวงแว่วแจ้วเจื้อยระเรื่อยร้อง
ระเรื่อยรี่มี่ก้องมะลองกั๋ง
มะเลียบกิ่งทิ้งถ่อนมะลอนกัง
มะเล่นกิ่งชิงรังมะลังโต
มาโลดเต้นเม่นหมีชะนีบ่าง
ชะนีแบดแรดช้างกะงางโก๋
กะแหวนเกยเสยแทงทะโยงโย
ทยานโยกโศกโสทะโลเป
ทลายป่นกล่นเกลื่อนทะเลือนเท่า
ถลาโถมถล่มเท้าทะเลาเส
ถลันสำถลำสวยระยวบเย
ระยำยับทับเทมะเลทอน
มะไลโทโคถึกมรึกคี
มรึกคาพาชีมะหลอนฉอน
มาลบเชือเสือสิงห์มะหิงษ์จร
มหาใจไกรสรมะลอนชา ฯ ๒๘ คำ ฯ เชิด
   เมื่อนั้น
พระมะเหลเถไถมะไหลถา
เพลิดเพลินฤทัยมะไลทา
ลืมทุกข์ศุขามะลาจี
ละเลิงจนสนธยาหัสดง
หัสดับลับลงคิรีศรี
พระจึงมีสิงหนาทประภาษพี
สั่งพวกเสนีมะลีทา
ให้ยับยั้งพหลกะรนจง
กะร้อมชอมล้อมวงมะรงฉา
แล้วให้ช่วยกันมะรันทา
มะเรทับพลับพลาพนาลี ฯ ๖ คำ ฯ
   บัดนั้น
เสนารับสั่งมาลังปี๋
มะลุกปุกคุกเข่ามะเลาตี
มะรันทังดังมีมะลีทา
เกณฑ์กันฟันแฝกมะแลกแจง
คัดขุดลุดแชงมาแลงฉา
กะรับชับสรรพเสร็จมะเร็จตา
สำเร็จตามบัญชามะลาเท ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา
   เมื่อนั้น
พระมะเหลเถไถมะไหลเถ
เสด็จขึ้นพลับพลามะลาเท
มะไหลถอนนอนเอ้ทะเวกา ฯ ๒ คำ ฯ
   ทะเวศกายคาบคันรัญจวน
ร้อนใจใคร่ครวญหวนหา
หวนโหยโดยดิ้นในวิญญา
วิญญากจากปรามะราโท
มาแรมทางกลางป่าพนาดอน
พนาแดนศิงขรมะยอนโฉ
มาเย็นเฉื่อยเรื่องร้างน้ำค้างโพร
น้ำค้างพรมลมโวมะโรตอน
มารื่นต่างนางในรำไพพัด
รำเพยเพียงเคียงรัตน์ปัจฐรณ์
ปธมที่ศรีในจะไลชอน
จนหลับชิดสนิทนอนมะลอนชา ฯ ๘ คำ ฯ ตระ
   มาจะกล่าวบทไป
ถึงท้าวหัสไนยมะไหลถา
สถิตย์ที่วิมานมะลายชา
กายารุ่มร้อนมะลอนจี
จึงเล็งทิพเนตรมะเลดป่า
ในชมพูแผ่นหล้ามะลาถี
เห็นพระมะเหลเถทะเวที
มาแรมร้างค้างที่มะลีไช
เพราะไม่มีคู่จรูสม
เสวยรมย์ราชามะลาไส
ผู้เดียวเปลี่ยวองค์มะลงไต
จำเราจะให้มะไลทา
อันลูกท้าวไทมะไลที
เลิศล้ำนารีมะลีถา
ชื่อนางตะแลงแกงมะแลงกา
วาสนาควรคู่มะลูตอง
อัมรินทร์จินตนาแล้วราเชด
เหาะระเห็จจากวิมานมะลานถอง
มายังกรุงไกรมะไลทอง
โดยจิตคิดปองมะรองแทง ฯ ๑๐ คำ ฯ เหาะ
   ครั้นถึงซึ่งภารามะลาตั๋ง
โกสีย์งยังมะลังแต๋ง
เข้าไปในปรางค์มะรางแชง
อุ้มองค์ตะแลงแกงตะแลงมา ฯ ๒ คำ ฯ เชิด
   เหาะลิ่วปลิวฟ้ามาฉับพลัน
ถึงพลับพลาสุวรรณมะลันถา
วางองค์ลงใกล้มะไลชา
อัมราพินิจมะลิดจู ฯ ๒ คำ ฯ
   งามดังสุริยันมะลันตอน
เคียงดวงศศิธรมะลอนฉู
จะดูไหนวิไลกะไรตู
สมสองครองคู่จะลูเจ
ดูโฉมตะแลงแกงแมลงกัด
งามดังเพชรรัตน์มะลัดเถ
งามพระมะเหลไถมะไลเท
ดังสุวรรณอันเอละเลทา
สมวงศ์ทรงศักดิ์จักรพรรดิ์
สมเชื้อเนื้อกษัตริย์มะลัดถา
สมทรงคงครองกะรองปา
เป็นมหาจรรโลงมะโรงกี
แล้วท้าวหัสไนยมะไลถา
ก็ออกจากพลับพลาพนาศรี
สำแดงแผลงอิทธิ์ฤทธี
ไปสู่ที่วิมานมะลานทา ฯ ๘ คำ ฯ เชิด
   เมื่อนั้น
พระมะเหลเถไถมะไหลถา
ผวาตื่นฟื้นจากมะรากปา
เห็นนางกัลยามะลาที ฯ ๒ คำ ฯ
   พระเพ่งพินิจมะลิดตัก
ประไพพักตร์เพียงจันทร์มะลันถี
อรชรอ้อนแอ้นมะแรนจี
เลิศล้ำนารีมะลีทา
ฤๅหนึ่งนางในมะไลจึก
พระไพรพฤกษ์พระไทรมะไลตำ
แกล้งจำแลงแปลงกายมะไลทา
มาหลอกเล่นเห็นมามะลาคม
ฤๅหนึ่งยักษ์ขินีผีไพวร
มาคิดปองลองใจมะไลถม
จึงทรงโฉมโสภามะลางม
จำจะปลุกชวนชมขึ้นสมปู ฯ ๖ คำ ฯ
   คิดพลางทาทางอิงมะลิงออง
ค่อยประคองปลุกนางมะลางฉู
เจ้างามชื่นตื่นเถิดมะเลิศตู
แล้วเล้าโลมโฉมตรูมะลูเตา ฯ ๒ คำ ฯ
   เมื่อนั้น
โฉมนางตะแลงแกงมะแลงเก๋า
ลืมเนตรเห็นองค์มะลงเทา
นงเยาว์เคืองขัดปัดกร
เออไฉนไยทำกะลำกัก
มาหาญหักไม่เกรงมะเลงฉอน
ข้าอยู่ถึงภารากะลาตอน
ไปลักพามาชอนมะลอนไชย ฯ ๔ คำ ฯ
   เมื่อนั้น
พระมะไหลไถเถมะเหลไถ
ได้ฟังพจนามะลาไท
ภูวไนยจึงมีมะลีทา ฯ ๒ คำ ฯ
   โฉมเฉลา
พี่จะเล่าให้แจ้งมะแลงก๋า
เดิมทีพี่จากมะรากกา
มาเที่ยวเล่นป่ามะลาไช
พอค่ำย่ำแสงมะแลงชอน
พี่ตะหลุดหยุดนอนมะลอนไฉ
เป็ฯกุศลดลจิตมะลิดไท
เคียงได้เคียงคู่มะลูทอง
ชรอยว่าเทวัญมะลันที
อุ้มองค์มารศรีมาสมสอง
จึงได้ประสบมะลบออง
นวลน้องเจ้าอย่าเขินมะเลินใจ ฯ ๖ คำ ฯ
   เมื่อนั้น
โฉมนางตะแลงแกงมะแลงไก๋
ได้ฟังถ้อยคำมะลำไท
ทรามวัยจึงตอบมะลอบที
ไปว่าเอาเทวัญมะลันตู
เหมือนหนึ่งใครไม่รู้มะลูถี
เมื่อครั้นไรใครพามะลาชี
ภูมีเก็บเอามาเลาตา
แล้วนางแค้นขัดมะลัดคตอน
เคืองค้อนภูวไนยมะไหลถา
น้อยฤๅนั่นน่าเชื่อมะเรือปา
มาเศกแสร้งแกล้งว่ากะลาเกา ฯ ๖ คำ ฯ
   เมื่อนั้น
พระมะไหลไถเถมะเหลเถา
เห็นนางกัลยามะลาเตา
จึงตรัสโลมเล้ามาเลาปอน ฯ ๒ คำ ฯ
   ดูก่อนโฉมตรูมะลูถี
เวทีมิเชื่อมะเหลือถอน
อันพระอุณรุทมะลูดชอน
เทวาก็พาจรมะลอนเกา
ไปสมสร้อยอุษามาลาตึก
โฉมยมจงนึกมะลึกเก๋า
นี่บุญของพี่ยามะลาเตา
จึงพาเจ้ามาสมมะลมเต
ว่าพลางทางถดมะหลดติด
อย่าอายเอียงเบี่ยงบิดมะลิดเป๋
นางป้องปัดหัตถามะลาเท
มะโลโตโปเปมะเลตุง
สองภิรมย์ชมเชยมะเลยปม
สำราญรมย์รื่นเริงมะเลิงตู่ง
สัพยอกหยอกเย้ามะเลาชุง
สมสวาดิ์มาดมุ่งมะลุงแชง ฯ ๘ คำ ฯ โลม
   ครั้นรุ่งร่งส่างแสงมแลงทอง
สกุณาร่าร้องมะรองแฉ่ง
พระตื่นจากไสยาศน์นลาตแทง
ชวนองค์ตะแลงแกงมะแลงกง
สระสรงภักตรามะลาเต็ด
สรรพเสร็จออกจากมะลากก๋ง
พร้อมหมู่ทหารมะลานปง
ก้มเกล้าเค้าคงมะลงแตง
พระจึงมีสิงหนาทมะลาดจู
เหวยหมู่ทหารมะลานแฉง
จงตรวจเตรียมโยธามะลาแกง
ตามตำแหน่งของใครมะไลที ฯ ๖ คำ ฯ
   บัดนั้น
เสนารับสั่งมะลังปี๋
ต่างชะแง้แลดูมะลูจี
พาทีเบี้ยวบ้ยมะลุยตุง
แล้วมาเร่งรัดจัดเจา
พร้อมพรั่งดังเก่ามะเลาปุ๋ง
คอยพระมะเหลไถมะไลทุง
ต่างนายหมายมุ่งจะลูงทา ฯ ๔ คำ ฯ
   เมื่อนั้น
พระมะเหลไถมะไหลถา
ชวนนางตะแลงแกงมะแลงกา
ขึ้นทรงคชามะลากุย
ออกจากพลับพลามะลาโท
ทวยหาญขานโห่ตะลุ๋ยปุ๋ย
ดัดดั้นบั่นบุกปุกปุย
อีหลุกขลุกขลุยมะลุยปอย ฯ ๔ คำ ฯ เชิด
   มาจะกล่าวบทไป
ถึงท้าวไทอสุรามะลาก๋อย
มรายกาดชาดเชื้อสะเรือตอย
สุราต้องกองกอยพะลอยไช
เพราะลอบชมนางฟ้าสลาโสด
ศุลีซ้ำทำโทษมะโตดไข
มาตัวขขาดอาจองทะลงใจ
เที่ยวไล่จับสัตว์ไพรสะไรกุง
สุรากินสิ้นซากมายากทุกข์
กำลังอยากบากบุกมะลุงปุ๋ง
มาแลปะมะเหลไถสะไรชุง
สุราชาติมาดมุ่งมะรุงแชง
มราชักยักษ์ย่องมาลองดู
มาลอบด้อมค้อมอยู่พะดูแถง
พอได้ทีลีลามมะหามแทง
มะฮึกทำสำแดงแทลงกี
ถลากายหมายมั่นมะลันจ้อง
มะเหบจับรับรองสะรองกี้
สุราก๋อยถอยท่ามะลารี
มะเหลรุกคลุกคลีประชีไช
ประชิดชิงอาวุธยุทธนา
ยักษ์ทนงทรงคทาตะลาไป๋
ตลบป้องคล่องแคล่วมะแลวไท
มะลวงทีหนีไล่มะไลทอง ฯ ๑๒ คำ ฯ เชิด

หมดฉบับ เข้าใจว่าของเดิมก็จบเพียงเท่านี้



พระมะเหลเถไถ เป็นกลอนบทละครที่ประพันธ์โดย คุณสุวรรณ ที่ประพันธ์ขึ้นตามจินตนาการและแต่งขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 มีความแปลกที่แต่งขึ้นเป็นภาษาบ้าง ไม่เป็นภาษาบ้างปะปนกันไปแต่ต้นจนปลาย แต่ใครอ่านก็เข้าใจความได้ตลอดเรื่อง ถูกกล่าวหาในสมัยนั้นว่าแต่งเมื่อ “เสียจริต” หรือ “มีสติฟุ้งซ่านผิดปกติ” เป็นเรื่องแปลกในวงการกวียุคนั้น

ส่วนใหญ่วางถ้อยคำที่ไม่เป็นภาษาไว้ใน 3 คำท้ายวรรคทุกวรรค กระบวนการแต่งกลอนบทละครก็ดำเนินไปตามธรรมเนียมการแต่งตามแบบฉบับของบทละคร มีการระบุชื่อเพลงที่ใช้ในการขับร้อง ขึ้นกลอนด้วยคำว่า “เมื่อนั้น” “บัดนั้น” “มาจะกล่าวบทไป” มีบทสระสรงแต่งองค์ทรงเครื่องของตัวละคร มีบทพรรณนาธรรมชาติ มีบทเกี้ยวพาราสี บทชมนาง เป็นต้น[1]

เนื้อเรื่องกล่าวถึง พระมะเหลเถไถ โอรส ท้าวโปลากะปาหงัน และ นางตาลากะปาลัน แห่งเมืองกะโปลา เมื่อพระมเหลเถไถประพาสป่าพระอินทร์อุ้มสมจนได้นางตะแลงแกง พระธิดา ท้าวมะไล เป็นชายา ขณะที่เดินทางกลับ เกิดรบชิงนางกับเจ้ายักษ์มาลาก๋อย

ผลงานนี้สร้างชื่อเสียงแก่คุณสุวรรณเป็นอย่างมาก จนทำให้เป็นที่รู้จักทั้งในหมู่หญิงชาววังและชนชั้นสูงทั่วไป โดยบทละครทั้งพระมะเหลเถไถและอุณรุทร้อยเรื่อง ได้รับการตีพิมพ์ในสมุดที่เรียกว่า เรื่องพระมะเหลเถไถเรื่อง 1 กับอุณรุทร้อยเรื่อง

บทละครเรื่องนี้ยังเป็นวรรณกรรมที่วิพากษ์งานวรรณกรรมด้วยกันด้วย โดยล้อเลียนวรรณคดีแบบฉบับโดยเฉพาะบทละครใน เป็นที่สังเกตว่า คุณสุวรรณเลือกใช้คำที่ไม่มีความหมายในภาษาไทยมาใส่ในบทละครเป็นจำนวนมาก แต่ผู้อ่านยังสามารถเข้าใจเนื้อเรื่องจากบริบทแวดล้อมได้ การวิพากษ์ในส่วนนี้ คือ การใช้ภาษาชวามลายูในบทพระราชนิพนธ์เรื่องอิเหนา เนื่องจากบทประพันธ์เรื่องนี้ รัชกาลที่ 2 ทรงสรรคำและปรับคำจากภาษาชวามลายูมาใช้ในบทละครเป็นจำนวนมาก[2] ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์ นิราชพระมเหลเถไถ เพื่อล้อบทละครเรื่องนี้


ref
http://goo.gl/vJxOG 

http://goo.gl/rrTdo 

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%96%E0%B9%84%E0%B8%96

Popular posts from this blog

เทคนิค ชนะ เกมเศรษฐี 14 ตารวด!!! ( Let's get Rich )

Using Google Chrome Inspect Element to Analyze the website

Easy way to download whole youtube play list and convert them to mp3